ประวัติปลาหมอสี
สำหรับปลาหมอสีในประเทศไทย ได้มีผู้นำเข้ามากว่า 30 ปีแล้ว โดยนำเข้าปลาพันธ์แจ๊ค เดมเซย์ พันธ์ออสการ์ เข้ามาเพาะเลี้ยง และเริ่มมีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันประเทศไทยมียังมีการส่งออกปลาหมอสีที่ผู้เลี้ยงสามารถเพาะพันธุ์ได้ไปยังต่างประเทศ
แหล่งกำเนิด (Origin)
ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ทะเลสาบ หนองบึ่ง คูคลองต่างๆ โดยมีแหล่งกำเนิดจาก 2 กลุ่มใหญ่ๆ ในโลก คือ
กลุ่ม New world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกใหม่ ได้แก่ แถบอเมริกากลาง -ใต้ เช่น แท๊กซัสตอนใต ้ ลงมาจนถึงอาเจนตินาของอเมริกาใต้ ,คอสตาริกา ,นิการากัว , บราซิล, ลุ่มแม่น้ำอเมซ่อน, เกาะมาดากาสการ์ , เกาะศรีลังการ, ชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย ฯลฯ
กลุ่ม Old world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกเก่า ได้แก่ แถบแอฟริกาใต้, ในทะเลสาบมาลาวี(Lake Malawi ), ทะเลสาบแทนกานยิกา (Lake Tanganyika ), ทะเลสาบวิคตอเลีย(Lake Victoria), แถบแทนซาเนีย ฯลฯ ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ทะเลสาบ หนองบึ่ง คูคลองต่างๆ โดยมีแหล่งกำเนิดจาก 2 กลุ่มใหญ่ๆ ในโลก คือ
กลุ่ม New world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกใหม่ ได้แก่ แถบอเมริกากลาง -ใต้ เช่น แท๊กซัสตอนใต ้ ลงมาจนถึงอาเจนตินาของอเมริกาใต้ ,คอสตาริกา ,นิการากัว , บราซิล, ลุ่มแม่น้ำอเมซ่อน, เกาะมาดากาสการ์ , เกาะศรีลังการ, ชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย ฯลฯ
การสังเกตเพศ
ปลาหมอกลุ่มวางไข่ ถ้าสังเกตดีๆ จะดูเพศ ไม่ยากเลย คือ อย่างแรก ให้สังเกต เดือย (ท่อใต้ท้องปลา)ของตัวเมีย รูปทรงของท่อจะอ้วนใหญ่ทู่ๆส่วนตัวผู้จะมีลักษณะที่เล็กปลายจะแหลมวิธีการดูว่าปลาพร้อมที่จะผสมหรือไม่นั้นตัวเมียที่พร้อมวางไข่ ท้องจะอ้วนๆ ตึงๆ และเดือยใต้ท้อง นั้นจะนูนออกมามากกว่า ตอนปกติ รวมถึงพฤติกรรมในการ ขุดหิน ขุดทราย ทำรัง และว่ายไล่ ปลาตัวอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามา ในบริเวณ ดังกล่าวส่วนตัวผู้ ที่จะนำมาใช้ในการเพาะพันธุ์ นั้น ควรหาตัวที่มีขนาด ใหญ่กว่าตัวเมีย และ ถ้าหากในการทดลองเพาะพันธุ์ ครั้งแรก หากไข่ปลาไม่ฟัก เป็นตัว ก็ อย่าเพิ่งด่วนสรุป ว่า ตัวผู้ ตัวนั้นๆ เป็นหมัน ต้องลองดูอีก สัก 1-2 คอก ถ้า คอก ที่ 3 แล้ว ยังไม่ติด โอกาส ที่ปลาตัวผู้ นั้นๆ จะเป็นหมัน ก็มีสูง
การเข้าคู่
ปลาบางตัวก็เข้าคู่ง่ายๆ ครับ จับโยนใส่ตู้ด้วยกันก็เข้ากันได้เลย แต่บางตัวต้องจับมาแยกช่อง ให้อยู่คนละด้านก่อน สัก 2-3 วัน โดยให้ตัวเมียอยู่ด้านที่ มีกระถาง และรอจนกว่าตัวเมียจะพร้อมที่จะไข่ แล้วก็ลองแยกที่กั้นออกดู ถ้าไม่กัดกัน และช่วยกันขุดกระถางก็เป็นอันว่าเข้าคู่กันเรียบร้อย แต่ถ้ายังกัดกัน ก็ต้องแยกกันก่อน รอให้ตัวเมียนั้นใกล้ที่จะไข่จริงๆ แล้วค่อยทดลอง ปล่อยปลาทั้งสองตัว เข้าหากันอีกที
การเตรียมการ + เพาะพันธุ์
จัดอุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมไว้ รวมทั้ง ใส่ตะข่าย ที่กั้นแบ่งครึ่งตู้ เติมน้ำ ใส่เกลือ 1 กำมือ แล้วก็ใส่มาลาไคท์ เพื่อป้องกันโรค ในตู้ควรมี หัวฟู่ 1 อัน (ใช้ก้อนกลม) + ระบบ กรองฟองน้ำเพื่อดักฝุ่นละออง ขี้ปลาต่างๆ ให้วางกระถางสำหรับปลาวางไข่ ไว้ตรงมุมตู้ นอกจากนี้ ให้นำกระดาษมา ปิดด้านนอก ของกระจก ในบริเวณ ดังกล่าว เพื่อกันปลาตกใจฮีทเตอร์ นั้นจริงๆ แล้วไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่เพื่อเป็นการป้องกัน ลูกปลา ล้มตาย เพราะอุณหภูมิเปลี่ยน โดยส่วนตัวนั้นผมจะตั้งไว้ที่ 28 องศาครับเมื่อถึงขั้นตอน จับปลาใส่ตู้ ให้ตัวเมียอยู่ด้านที่เราวาง กระถาง นอกจากนี้ ควรสังเกต ว่าตัวเมียขุดรังตรงไหนด้วย หากขุดที่อื่นนอกกระถาง ก็ให้ย้ายกระถางไปตรงบริเวณนั้น ในช่วงนี้ตัวผู้จะคึกมาก จะว่ายไปทั่วแล้วก็จะมีอาการส่ายหัวไปมา จะลองยกที่กั้นออกตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้ แต่ต้องนั่งดูไปเรื่อยๆ ถ้าทั้งสองตัวช่วยกันใช้ปากขุดรัง แล้วก็ยังไม่กัดกัน นั้นก็แสดงว่าเข้าคู่กันแล้วครับ ปล่อยไว้ได้เลย
ในระหว่างเพาะพันธุ์ การให้อาหารนั้นควรให้แต่น้อย พยายามอย่าให้เหลือในช่วงนี้ อย่าให้น้ำขุ่น ไม่ควรให้กุ้งฝอย เป็นๆ เพราะบางครั้ง กุ้งนั้นรอด และอาจจะไปทำอันตรายไข่ได้ครับ ควรให้อาหารเม็ดหรืออย่างอื่นจะดีกว่า นอกจากนี้ ผมชอบให้ หนอนแดง มีพี่เขาบอกมาว่า เป็นการบำรุงเชื้อตัวผู้ครับ ทำให้ฉีดเชื้อดี เมื่อปลาไข่ระหว่าง การเพาะพันธุ์ ถ้าหากปลายังไม่ไข่ สามารถเปลี่ยนน้ำได้ครับ
วิธีดู ไข่ปลาว่าติดไม่ติด
วิธีดู ไข่ปลาว่าติดไม่ติด
เมื่อปลาวางไข่ แล้ว ควรปล่อยให้ ปลาทั้งคู่ อยู่ด้วยกัน สัก 24 ชม. ก่อน แล้วค่อยแยกตัวผู้ออก เวลาแยก ต้องทำอย่างค่อย อย่ากวนน้ำ อย่าให้ปลาตื่น โดยปกติแล้วตัวเมีย จะดูแลไข่ แต่บางตัวก็กินไข่ จะแยกหรือไม่แยกก็แล้วแต่ครับ โดยปกติ แล้ว ไข่ปลาจะฟักเป็นตัวภายใน 3 วัน


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น