วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

สุนัขพันธุ์ไทยแสนรู้





อุปนิสัย  โดยปกติในถิ่นที่อยู่สุนัขบางแก้วอยู่ใกล้แม่น้ำสุนัขชอบอาบน้ำ  โดยเฉพาะฤดูร้อนเมื่อวิ่งเล่นแล้วจะลงไปอาบน้ำมีนิสัยรักความสะอาดไม่ถ่ายอุจจาระ  ปัสสาวะในบ้านที่อยู่เลย  ต้องออกไปถ่ายนอกบ้าน  แม้ในถิ่นกำเนิดที่อยู่แพหรือบ้านน้ำท่วมใต้ถุนในฤดูฝน  สุนัขบางแก้วจะว่ายน้ำไปถ่ายตามจอมปลวก  หรือขึ้นบ้านขอนไม้หรือเรือใครเผลอมาผูกไว้  นิสัยดุร้ายต่อสู้แม้กระทั้งสุนัขที่โตกว่ามากๆ  รักเจ้าของ  มีความจำดีเยี่ยม(เหมือนนกพิราบแข่ง) ขี้อิจฉา  อยากได้รับการตอบสนองจากเจ้าของก่อนสุนัขตัวอื่นๆ  หากท่านเลี้ยงสุนัขไว้ในบ้านหลายๆ  ตัว  ถ้าเราแสดงความรักสุนัขตัวอื่นๆ  เมื่อลับหลังเราสุนัขบางแก้วจะเข้าไปเล่นงานสุนัขตัวนั้นทันทีการให้อาหารก็เช่นกันถ้าให้ตัวอื่นก่อนมันจะเข้าไปแย่งหรือกัด  สุนัขตัวไหนที่มันเกลียดแล้วมันจุถูกรังแก  อยู่ตลอดเวลา
                การกินอาหาร  เนื่องจากถิ่นกำเนิดน้ำท่วม  ราฎรในหมู่บ้านมีอาชีพประมง  ดังนั้นอาหารประจำของสุนัขบางแก้วคือปลา  แต่สุนัขบางแก้วกินอาหารได้ทุกชนิดไม่เลือก  ยิ่งสด  ยิ่งคาว  ยิ่งดี  ลูกได่เป็นอาหารที่โปรดปรานมากยิ่งตอนคลอดกินทั้งขน  ในชั่วพริบตาเดียว  พอสุนัขอายุได้เดือนเศษๆ  แม่สุนัขจะกัดลูกไก่มาให้ลูกเล่นหรือ  ฝึกหัดให้ลูกกิน  เหมือนแม่แมวสอนลูกให้จับลูกโดยหาหนูที่ยังกัดไม่ตายเดินโซเวให้ลุกเล่น  หัดจับ  ผู้เขียนเคยฝึกหัดสุนัขบางแก้วจนเชื่องไม่ให้กินลุกไก่  ขนาดลูกไก่ขี้หลังยังไม่กัด  แต่พอมีลูกแล้วไม่ไว้ใจไม่ไก้ทั้งไก่เล็กไก้ใหญ่  ถ้าเผลอจะถูกกัดทันที  ผู้เลี้ยงสุนัขบางแก้วท่านหนึ่งบอกผู้เขียนว่าได้สังเกตสุนัขบางแก้วที่เลี้ยงไว้  เมื่อมันกินอาหารอิ่มแล้วถ้ามีเหลือกินจะนำมาฝังดินไว้เพื่อ  กินวันต่อไป
                การล่าเหยื่อ  สุนัขบางแก้วเมื่อพบสิ่งที่เหม็น  จะลงไปนอนคลุกให้กลิ่นเหม็นติดตามตัว  เพื่ออำพลาง  เหมือนทหารพราน  แล้วก้หมอบคลานย่องเพื่อล่าเหยื่อ  เช่น  ไล่กัดไก่  จิ้งเหลน  กิ้งก่า  เป็นต้น  จมูกไวมาก  ดมกลิ่นเก่ง  ไล่ตามเหยื่อ  อย่างกระชั้นชิด  จึงเหมาะที่จะนำเข้าป่าล่าสัตว์
                การฟังเสียง  สุนัขบางแก้วยังมีสัญชาติญาณความเป็นป่า  อยู่มากทีเดียว  เวลานอนจะเอาหูติดพื้นดิน  เพื่อฟังเสียง  ดังนั้น  จึงฟังเสียงได้ระยะไกล  สุนัขบางแก้ว  จะทราบว่ามีคนเดินมา  ใกล้ไลก  เช่น  สามารถแยกเสียงเดินออกว่าเป็นเจ้าของหรือไม่  สุนัขบางแก้วยังจำเสียงรถยนต์  ที่ติดเครื่องอยู่ทุกวันได้พร้อมทั้งเสียงแตรรถด้วย  สุนัขบางแก้วจะวิ่งไปรับเจ้าของเมื่อ  ได้ยินเสียงเครื่องรถยนต์หรือเสียงแตรก่อนจะถึงบ้าน
                การเห่า  สุนัขบางแก้วพบเห็นเสมอที่กัดโดยไม่เห่า  แต่ด้วยสัญชาตญาณแล้วจะเห่า  เมื่อพอสิ่งแปลกปลอมเข้ามาใกล้หรือตกใจเสียงของการเห่าจะไม่เหมือนกัน  ถ้าเห่าคนเข้าบ้านเสียงหนึ่งและสัตวืเข้าบ้านจะอีกเสียงหนึ่งถ้าหากท่าเลี้ยงด้วยความสนใจแล้ว  ท่าจะแยกเสียงเห่าออกแม้กระทั้งว่าเสียงเห่านั้นอยู่ไกล้หรือไกลหรือร้องทักเจ้าของหรือคนรู้จักการเห่าของสุนัขบางแก้วย่อมมีความหมายเสมอ
                การผสมพันธุ์  สุนัขบางแก้วเป็นสุนัขพันธุ์ไทย  ที่ได้สายเลือดจากสุนัขสุนัขจิ้งจอก  จึงทำให้คงสภาพธรรมชาติ  คือ  จะมีการผสมพันธุ์ปีละครั้ง  หรือเรียกว่าเป็นฤดุผสมพันธุ์  คือ  หน้าหนาว(ตุลาคม – มกราคม)  สุนัขบางแก้วจะเป็นสัดอยู่ประมาณ 1  สัปดาห์และช่วงการผสมพันธุ์จะอยู่ในสัปดาห์ที่ 2 (เมื่อเป็นสัก 7 – 14 วัน)  เมื่อได้รับการผสมพันธุ์แล้วแม่พันธุ์จะตั้งท้อง 9 สัปดาห์ (ประมาณ 60 วันก็จะคลอดลูก)
                สุนัขบางแก้วตัวเมียจะเจริญเติบโตเป็นสาวอย่างรวดเร็ว  และจะเป้นสัดครั้งแรกเมื่ออายุได้ 8 เตือน  ผุ้เลี้ยงอน่าให้ผสมพันธุ์เพราะสุนัขบางแก้วอายุยังน้อยเจริญเติบโตยังไม่เต็มที่หากให้ผสมพันธุ์ตั้งท้องตอนนี้จะทำให้แม่สุนัขแคระแกรนทำให้ไม่สวยงาม  การผสมพันธุ์สุนัขพันธุ์บางแก้วตัวเมียควรผสมพันธุ์  เมื่อเป็นสัดครั้งที่สองซึ่งจะมีอายุได้ปีกว่าแม่สุนัขจะโตเมที่ให้ลูกที่สวยงาม  ถ่ายทอดกรรมพันธุ์ที่ดีให้แก่ลูกๆ  และแม่ก้ไม่แคระแกรน  สำหรับสุนัขบางแก้วตัวผู้ควรให้ผสมพันธุ์  เมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป  ซึ่งจะเป็นอายุที่พ่อ สุนัขโตเมที่  แข็งแรงผสมพันธุ์จะติดให้ลูกดกและถ่ายทอดกรรมพันธุ์ที่ดีแก่ลุกที่เกิด
                การคลอดลูก บางครั้งถ้าปล่อยให้คลอดเองสุนัขบางแก้วจะขุดรูก่อนคลอดลูก  สัก 1-2 อาทิตย์มันจะหาที่ขุดรูโดยไปลองขุดดูหลายที่แล้วก็เลือกเอาที่หนึ่ง  การขุดดินจะขุดทุกวัน  โดยใช้ 2 เท้าหน้า  โกยดินให้เป็นโพรงก่อนที่จะได้โพรงนี้ลำบากมาก  ผู้เขียนเคยนั่งดูมันดกยดิน  มีทั้งนอนตะแคงข้างโกยบ้อง  โกยด้านบนก็นอนหงายใช้ปากช่วยกัดดินบ้าง  ปากโพรงจะมีขนาดเท่าตัวลอดได้  ด้านในขนาดที่พอหนุนตัวกลับได้  ดพรงนี้ป้องกันภัยให้ลูกเป็นอย่างดี  พอลูกมีอายุประมาณหนึ่งเดือนตัวแข็งแรงที่สุด  จะวิ่งตามแม่ออกมาพ้นปากโพรงได้  ระยะคลอดลูกใหม่ๆ  จุดุมาก  สัวต์ที่เข้ามาใกล้ๆ  ดพรงมันจะกระโดดใส่ทันที    สุนัขตัวโตๆ  ยังต้องหนีสุนัขที่เลี้ยงในบ้านด้วยกันต้แงคอยหลบ  มิฉะนั้นเจ็บตัว
                โดยปกติแล้วสุนัขบางแก้วจะคลอดลุกในกองไม้หรือในห้องมืดๆ  แม่สุนัขจะช่วยเหลือตัวเองได้ในการคลอดลูก  ผู้เลี้ยงไม่ต้องเป็นห่วงหากพบว่าแม่สุนัขท้องได้หายไปให้ไปตามหาบริเวณที่กล่าวมาแล้วจะพบว่าคลอดลูกแล้ว
                ความจำบ้าน สุนัขบางแก้วเมื่อโตแล้วจะรักเจ้าของและถิ่นที่อยู่มาก  แม้จะจากไปนานๆ  ก็ยังจำได้  ผู้เขียนเคยให้สุนัขเพื่อนไป  เพราะเบื่อที่มันกินลูกไก่พอหลุดโซ่จากเจ้าของใหม่  มันจะรีบหาทางกลับทันที
                อายุ   สิ่งมีชีวิตย่อมมีอายุขัยของตัวเอง  คือ  แก่ตาย  สุนัขบางแก้วที่ได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีจะมีอายุยาว 10 กว่าปีขึ้นไป  หากเจ้าของไม่เอาใจใส่เลี้ยงดูจะมีอายุประมาณ 7 -8 ปี  เท่านั้น
                หากเลี้ยงดูสุนัขบางแก้วเป็นอย่างดี  จาอายุแก่สิบกว่าปีขึ้นไปจะพบว่าจะพบขนบางแห่งยาวขึ้น  เช่น  ที่คิ้วขนจะยาวขนที่ที่บริเวณนิ้วเท้าจะยาวออกมาขนคอและลำตัวจะพบว่า  มีบางส่วนยาวออกผิดปกติ  อุปนิสัยก็จะเปลี่ยนไป  คือเชื่องช้าลง  ความดุร้ายลดลง  ฟังจะหัก  ต้องให้อาหารนิ่มๆ  จึงมักจะพบเสมอว่าสุนัขบางแก้วลมตายต่อหน้าเจ้าของเรียกว่าแก่ตายนั้นเอง
            

ปลาหมอสี




ประวัติปลาหมอสี
แหล่งกำเนิด (Origin)
ปลาหมอสีเป็นปลาน้ำจืดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำ ทะเลสาบ หนองบึ่ง คูคลองต่างๆ โดยมีแหล่งกำเนิดจาก 2 กลุ่มใหญ่ๆ ในโลก คือ
กลุ่ม New world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกใหม่ ได้แก่ แถบอเมริกากลาง -ใต้ เช่น แท๊กซัสตอนใต ้ ลงมาจนถึงอาเจนตินาของอเมริกาใต้ ,คอสตาริกา ,นิการากัว , บราซิล, ลุ่มแม่น้ำอเมซ่อน, เกาะมาดากาสการ์ , เกาะศรีลังการ, ชายฝั่งทะเลตอนใต้ของอินเดีย ฯลฯ
กลุ่ม Old world ปลาหมอสีที่พบในส่วนของโลกเก่า ได้แก่ แถบแอฟริกาใต้, ในทะเลสาบมาลาวี(Lake Malawi ), ทะเลสาบแทนกานยิกา (Lake Tanganyika ), ทะเลสาบวิคตอเลีย(Lake Victoria), แถบแทนซาเนีย ฯลฯ
สำหรับปลาหมอสีในประเทศไทย ได้มีผู้นำเข้ามากว่า 30 ปีแล้ว โดยนำเข้าปลาพันธ์แจ๊ค เดมเซย์ พันธ์ออสการ์ เข้ามาเพาะเลี้ยง และเริ่มมีการเลี้ยงอย่างแพร่หลายในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา ในปัจจุบันประเทศไทยมียังมีการส่งออกปลาหมอสีที่ผู้เลี้ยงสามารถเพาะพันธุ์ได้ไปยังต่างประเทศ
การสังเกตเพศ
      ปลาหมอกลุ่มวางไข่ ถ้าสังเกตดีๆ จะดูเพศ ไม่ยากเลย คือ อย่างแรก ให้สังเกต เดือย (ท่อใต้ท้องปลา)ของตัวเมีย รูปทรงของท่อจะอ้วนใหญ่ทู่ๆส่วนตัวผู้จะมีลักษณะที่เล็กปลายจะแหลมวิธีการดูว่าปลาพร้อมที่จะผสมหรือไม่นั้นตัวเมียที่พร้อมวางไข่ ท้องจะอ้วนๆ ตึงๆ และเดือยใต้ท้อง นั้นจะนูนออกมามากกว่า ตอนปกติ รวมถึงพฤติกรรมในการ ขุดหิน ขุดทราย ทำรัง และว่ายไล่ ปลาตัวอื่นๆ ที่ผ่านเข้ามา ในบริเวณ ดังกล่าวส่วนตัวผู้ ที่จะนำมาใช้ในการเพาะพันธุ์ นั้น ควรหาตัวที่มีขนาด ใหญ่กว่าตัวเมีย และ ถ้าหากในการทดลองเพาะพันธุ์ ครั้งแรก หากไข่ปลาไม่ฟัก เป็นตัว ก็ อย่าเพิ่งด่วนสรุป ว่า ตัวผู้ ตัวนั้นๆ เป็นหมัน ต้องลองดูอีก สัก 1-2 คอก ถ้า คอก ที่ 3 แล้ว ยังไม่ติด โอกาส ที่ปลาตัวผู้ นั้นๆ จะเป็นหมัน ก็มีสูง
การเข้าคู่
      ปลาบางตัวก็เข้าคู่ง่ายๆ ครับ จับโยนใส่ตู้ด้วยกันก็เข้ากันได้เลย แต่บางตัวต้องจับมาแยกช่อง ให้อยู่คนละด้านก่อน สัก 2-3 วัน โดยให้ตัวเมียอยู่ด้านที่ มีกระถาง และรอจนกว่าตัวเมียจะพร้อมที่จะไข่ แล้วก็ลองแยกที่กั้นออกดู ถ้าไม่กัดกัน และช่วยกันขุดกระถางก็เป็นอันว่าเข้าคู่กันเรียบร้อย แต่ถ้ายังกัดกัน ก็ต้องแยกกันก่อน รอให้ตัวเมียนั้นใกล้ที่จะไข่จริงๆ แล้วค่อยทดลอง ปล่อยปลาทั้งสองตัว เข้าหากันอีกที
การเตรียมการ + เพาะพันธุ์
ตู้โล่ง ขนาด 30x18x18 นิ้ว
ถาดรองกระถาง ขนาดใหญ่ๆ 1 ใบ
หัวฟู่ กับ กรองฟองน้ำ
กระดาษสำหรับปิดตู้
ที่กั้นกลางตู้
กรวยใส่ไส้เดือน
ฮีทเตอร์
ยามาลาไคท์กรีน กับ เกลือ
      จัดอุปกรณ์ต่างๆ ที่เตรียมไว้ รวมทั้ง ใส่ตะข่าย ที่กั้นแบ่งครึ่งตู้ เติมน้ำ ใส่เกลือ 1 กำมือ แล้วก็ใส่มาลาไคท์ เพื่อป้องกันโรค ในตู้ควรมี หัวฟู่ 1 อัน (ใช้ก้อนกลม) + ระบบ กรองฟองน้ำเพื่อดักฝุ่นละออง ขี้ปลาต่างๆ ให้วางกระถางสำหรับปลาวางไข่ ไว้ตรงมุมตู้ นอกจากนี้ ให้นำกระดาษมา ปิดด้านนอก ของกระจก ในบริเวณ ดังกล่าว เพื่อกันปลาตกใจฮีทเตอร์ นั้นจริงๆ แล้วไม่ต้องใส่ก็ได้ แต่เพื่อเป็นการป้องกัน ลูกปลา ล้มตาย เพราะอุณหภูมิเปลี่ยน โดยส่วนตัวนั้นผมจะตั้งไว้ที่ 28 องศาครับเมื่อถึงขั้นตอน จับปลาใส่ตู้ ให้ตัวเมียอยู่ด้านที่เราวาง กระถาง นอกจากนี้ ควรสังเกต ว่าตัวเมียขุดรังตรงไหนด้วย หากขุดที่อื่นนอกกระถาง ก็ให้ย้ายกระถางไปตรงบริเวณนั้น ในช่วงนี้ตัวผู้จะคึกมาก จะว่ายไปทั่วแล้วก็จะมีอาการส่ายหัวไปมา จะลองยกที่กั้นออกตั้งแต่วันแรกเลยก็ได้ แต่ต้องนั่งดูไปเรื่อยๆ ถ้าทั้งสองตัวช่วยกันใช้ปากขุดรัง แล้วก็ยังไม่กัดกัน นั้นก็แสดงว่าเข้าคู่กันแล้วครับ ปล่อยไว้ได้เลย
      ในระหว่างเพาะพันธุ์ การให้อาหารนั้นควรให้แต่น้อย พยายามอย่าให้เหลือในช่วงนี้ อย่าให้น้ำขุ่น ไม่ควรให้กุ้งฝอย เป็นๆ เพราะบางครั้ง กุ้งนั้นรอด และอาจจะไปทำอันตรายไข่ได้ครับ ควรให้อาหารเม็ดหรืออย่างอื่นจะดีกว่า นอกจากนี้ ผมชอบให้ หนอนแดง มีพี่เขาบอกมาว่า เป็นการบำรุงเชื้อตัวผู้ครับ ทำให้ฉีดเชื้อดี เมื่อปลาไข่ระหว่าง การเพาะพันธุ์ ถ้าหากปลายังไม่ไข่ สามารถเปลี่ยนน้ำได้ครับ
วิธีดู ไข่ปลาว่าติดไม่ติด

     เมื่อปลาวางไข่ แล้ว ควรปล่อยให้ ปลาทั้งคู่ อยู่ด้วยกัน สัก 24 ชม. ก่อน แล้วค่อยแยกตัวผู้ออก เวลาแยก ต้องทำอย่างค่อย อย่ากวนน้ำ อย่าให้ปลาตื่น โดยปกติแล้วตัวเมีย จะดูแลไข่ แต่บางตัวก็กินไข่ จะแยกหรือไม่แยกก็แล้วแต่ครับ โดยปกติ แล้ว ไข่ปลาจะฟักเป็นตัวภายใน 3 วัน





เหลืองหางขาวไก่ชนกู้ชาติ




                                                 ประวัติความเป็นมาไก่เหลืองหางขาว

คือ ไก่พื้นเมืองของไทยสายพันธุ์หนึ่ง ซึ่งพัฒนามาจากไก่บ้านพันธุ์กะตังอู หรือไก่อู มีมาพร้อมคนไทยโบราณ พบคนนำไก่มาชนกันในสมัยสุโขทัย เมื่อชาวบ้านว่างเว้นจากการทำไร่ทำนา ใครใคร่ทำอะไรก็ได้ ก็นำไก่มาเล่นชนไก่ จากชาวบ้าน ชาวไร่ ชาวนา แพร่กระจายกันสู่หมู่ขุนนาง เจ้าขุน เจ้านาย และต่อมาได้พัฒนาเป็นกีฬาพระราชา เช่น ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระเจ้าเสือ และสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เป็นต้น ไก่เหลืองหางขาวที่นิยมเป็นพันธุ์แท้ดั้งเดิม ต้องเป็นไก่บ้านกร่าง บ้านหัวเทจังหวัดพิษณุโลกเพราะไก่พิษณุโลกเป็นไก่ในประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชสมัยทรงพำนักอยู่ในประเทศพม่าได้ทรงนำไก่เหลืองหางขาวจากพิษณุโลก ซึ่งเป็นเมืองพระราชบิดาของพระองค์ไปชนกับไก่ของพระมหาอุปราชา
ไก่เหลืองหางขาว เป็นไก่ฉลาดปราดเปรียว อึด ทน เป็นไก่เชิงแปดกระบวนท่า ไก่เหลืองหางขาวจึงชนะไก่พม่ามาตลอด ครั้งหนึ่งไก่ไทยชนกับไก่พม่าหน้าพระที่นั่ง ไก่เหลืองหางขาวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชตีไก่เหลืองโยดอกหมากหางดำของพระมหาอุปราชาคอหักล้มลงและแพ้ ทำให้พระมหาอุปราชทรงอับอาย กล่าวแก้ว่า ไก่เชลยตัวนี้เก่งจริง สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก็ทรงกล่าวตอบโต้ด้วยความภาคภูมิว่า "ไก่เชลยตัวนี้อย่าว่าแต่จะตีอย่างกีฬาในวังเหมือนวันนี้เลย ตีพนันเอาบ้านเมืองกันก็ยังได้" จากพระราชดำรัสที่ทรงกล่าวโดยไม่สะทกสะท้านและมั่นพระทัยในไก่เหลืองหางขาวของพระองค์ ทำให้พระมหาอุปราชาทรงเกรงกลัว หาหนทางกลั่นแกล้งและกำจัด เป็นผลทำให้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชจากพม่าได้ ไก่เหลืองหางขาวจึงมีชื่อเสียงเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “ไก่เจ้าเลี้ยง” และ “ไก่พระนเรศวร” ซึ่งปัจจุบันชาวพิษณุโลกมีความภาคภูมิใจ และหวงแหนในสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์นี้มาก จึงมีการอนุรักษ์และพัฒนาไก่สายพันธุ์นี้มาโดยตลอด ในประเทศที่มีกีฬาชนไก่จะรู้จักไก่ไทยเหลืองหางขาวเป็นอย่างดี
 
 


 

ไก่ชนพันธุ์เหลืองหางขาว มีลักษณะเด่นๆ พอที่จะสังเกตได้ดังนี้
  • สี ออกเหมือนดอกโสน ขาวอมแดง ขาวอมเหลือง
  • ปาก ปากใหญ่ขาว คือ ปากสีขาวอมเหลืองหรือสีงาช้าง ปากยาวอวบใหญ่คล้ายกับปากนกแก้ว มีร่องน้ำเห็นได้อย่างชัดเจน ตรงกลางนูนเป็นสันราง ตา ตาขาวจะมีเส้นสีแดงๆ เรียกว่าตาเพชร ตาเป็นลักษณะตาเหยี่ยว หัวตาแหลม ตาดำคว่ำ เล็กหรี่ รอบตาดำสีขาวอมเหลือง หาง ขนหางกระรวยมีสีขาว พุ่งออกยาวมองเห็นได้เด่นชัด ถ้ายิ่งขาวและยาวมากๆ จะดีมาก ขนหางควรพุ่งตรงและยาว ปลายหางโค้งตกลงเพียงเล็กน้อย ขาแข้งและเดือย มีสีขาวอมเหลือง เป็นสีเดียวกับปาก เกล็ดมีลักษณะแข็งและหนาแน่นเรียบ เดือยใหญ่แข็งแรง นิ้วยาว เล็บสีขาวอมเหลืองทุกเล็บ ไม่มีสีอื่นๆปนเลย
  • หงอน ด้านบนของหงอนจะบาง เรียบ ปลายหงอนยาวเลยตา โคนหงอนที่ติดกับหนังศรีษะหนาแน่น อาจมีลักษณะเป็นหงอนแจ้ หงอนหิน หงอนบายศรี
  • ตุ้มหู จะมีสีแดงสีเดียวกับหงอน ไม่มีสีขาวเลย ตุ้มหูมีขนาดเล็ก รัดรับกับใบหน้า ไม่หย่อนยาน
  • เหนียง เล็ก รัดติดกับคาง ไม่ยานหรือไม่มีเหนียง
  • รูปหน้า เล็ก แหลม ยาว มีเนื้อแน่น ผิวหน้าเรียบเป็นมัน กะโหลกศรีษะหนาและยาว
  • อก อกไก่จะแน่นกลม มีเนื้อเต็ม กระดูกอกหนา ยาว และตรง
    หลัง เป็นแผ่นกว้าง มีกล้ามเนื้อมาก มองดูแล้วเรียบตรง ไม่โค้งนูน
  • ไหล่ ตั้ง ยกตรง มีความกว้างพอสมควร
  • คอ ยาว ใหญ่ กระดูกข้อถี่
  • ปั้นขา จะใหญ่แข็งแรง มีเนื้อมาก กล้ามเนื้อแน่น
  • สร้อยคอ เหลือง หรือเหลืองแกมส้ม สร้อยคอยาวต่อกับสร้อยหลัง
  • สร้อยหลัง เป็นสีเดียวกับสร้อยคอ ควรเรียงกันเต็มแผ่นหลัง เริ่มตั้งแต่โคนคอจนถึงโคนหาง เส้นขนละเอียดยาวเป็นระย้า
  • สร้อยปีก สีเดียวกับสร้อยคอ เรียงกันแน่นเต็มบริเวณหัวปีกจนถึงปีกชัย มองดูเป็นแผ่น
 

ไก่เหลืองหางขาว ที่ประกาศรับรองพันธุ์

ไก่เหลืองหางขาว สมาคมฯ ได้กำหนดอุดมทัศนีย์ไว้ และประกาศรับรองพันธุ์ไปแล้ว 6 ชนิด คือ
  1. เหลืองใหญ่พระเจ้า 5 พระองค์ ขนพื้นตัวสีดำ ขนสร้อยคอ สร้อยปีก สร้อยหลัง สีเหลืองแก่ดังสีทองแท่ง ขนปีกในสีดำ ขนปีกนอกสีขาว ขนหางพัดสีดำปลายขาว ขนหางกะลวยสีขาวปลายดำ คู่กลางขาวปลอด ปาก-แข้ง-เล็บ-เดือย สีขาวอมเหลือง แบบสีงาช้าง ตาสีตาปลาหมอตาย (ขาวอมเหลืองอ่อน) ขนปิดรูสีเหลืองแบบสร้อย มีหย่อมกระพระเจ้า 5 พระองค์
  2. ไก่เหลืองรวกพระเจ้า 5 พระองค์ ลักษณะเหมือนไก่เหลืองใหญ่ทุกประการ แต่ต่างกันตรงสีขน สร้อยคอ สร้อยหลัง สร้อยปีก เป็นสีเหลืองกลางดังสีทองทา หรือสีไม้รวกแก่แห้ง
  3. ไก่เหลืองโสนพระเจ้า 5 พระองค์ ลักษณะเหมือนไก่เหลืองใหญ่ทุกประการ แต่ต่างกันตรงสีขน สร้อยคอ สร้อยหลัง สร้อยปีก เป็นสีเหลืองอ่อนดังสีทองเปลว(ทองปิดพระ) หรือสีดอกโสน หรือดอกคูณ
  4. เหลืองเลาพระเจ้า 5 พระองค์ ลักษณะเหมือนเหลืองใหญ่ เหลืองรวก เหลืองโสนทุกประการ ต่างกันตรงสร้อคอ สร้อยหลัง สร้อยปีก โดยโคนสร้อยจะเป็นสีขาว ปลายสร้อยจะเป็นสีเหลือง ส่วนไก่เหลืองพระเจ้า 5 พระองค์ตัวอื่นๆ โคนสร้อยจะเป็นสีดำปลายเหลือง
  5. ไก่เหลืองทับทิม ลักษณะจะเหมือนเหลืองทั้ง 4 ที่กล่าวมา ต่างกันตรงสร้อยคอ สร้อยหลัง สร้อยปีก โคนสร้อย สีดำปลายสร้อยสีเหลืองมีจุดขาวอมเหลืองอยู่ปลายสร้อย เรียกว่า "ทับทิม หรือ ดาวเรือง" ไม่มีหย่อมกระพระเจ้า 5 พระองค์
  6. ไก่เหลืองเอกา หรือบางทีเรียกเหลืองธรรมดา ลักษณะเหมือนไก่เหลืองทั้ง 5 ต่างกันตรงที่ไม่มีหย่อมกระ พระเจ้า 5 พระองค์ ไม่มีจุดทับทิมหรือดาวเรืองในสร้อย สีสร้อยมีทั้งแก่ กลาง อ่อน
ในไก่เหลืองหางขาวทั้ง 6 ชนิดนี้ เราถือว่าเป็นไก่เหลืองหางขาวเหมือนกันหมด ไม่มีตัวใดเหนือตัวใด แต่ในกลุ่ม พระเจ้า 5 พระองค์จะเป็นที่นิยมในคนเลี้ยงมากกว่า ในการประกวดไก่เหลืองหางขาว ตามกฎ กติกา การประกวดและการตัดสิน ถือว่าไก่เหลืองหางขาวทุกตัวมี คุณค่าเท่าๆกัน จะแพ้ชนะกันอยู่ที่ความสวยงาม 5 ประการ คือ
  1. หน้าตา ตัวสวยงามหน้าจะแหลม กลมยาว หัว 2 ตอน ปากใหญ่ จมูกเรียบ หงอนหินกอดกระหม่อม เหนียงคางรัดเฟ้ด ขอบตา 2 ชั้นโค้งรี สีตาปลาหมดตาย จะเป็นไก่ฉลาด
  2. สีสัน ตัวสวยงาม สีขนพื้นตัว ขนปีกขนหางต้องถูกต้อง ขนสร้อยต้องเหลืองรับกันตลอดอย่างสม่ำเสมอ ขนแห้งสมบูรณ์มีน้ำขนจะเป็นไก่มีสกุล
  3. รูปร่าง ตัวสวยงาม ต้องรูประหง สูงใหญ่ จับกลมยาว 2 ท่อน ใหล่หน้าใหญ่บั้นท้ายโตแบน ปั้นขาใหญ่ คอยาวปล้องคอชิดแน่นวงเดียว หางยาว พัดคืบกะลวยศอก อุ้งหางชิด ปีกใหญ่แน่นยาวไม่แกว่ง จะเป็นไก่แข็งแรง
  4. แข้งขา-เกล็ด ตัวสวยงามต้องแข้งกลมเป็นลำเทียน ลำหวายหรือไม้คัด เกล็ดแข้งเรียงเป็นระเบียบ เป็นแถว เป็นแนว เป็นดอกเป็นดวง นิ้วยาวเรียวมีเกล็ดแตก เหน็บ แซม ที่นิ้วมาก เป็นเกล็ดพิฆาต เสือซ่อนเล็บ เหน็บใน ไชบาดาล ผลาญศัตรู งูจงอาอง กากบาท ดอกจัน จักรนารายณ์ ขุนแผนสะกดทัพ จะเป็นไก่ตีเจ็บ
  5. กิริยาชั้นเชิง ตัวสวยงาม ต้องยืน เดิน วิ่ง ท่าทางสง่าผ่าเผย เดินกำนิ้ว กระพือปีก เล่นสร้อย ส่งเสียงขัน ตลอดเวลา สัมผัสร่างจะมีเชิงนิยมจะเป็นไก่เหนือชั้นกว่าไก่อื่น ไก่ทุกตัวไม่ว่าเหลืองไหน ถ้ามีคุณสมบัติความงามครบ 5 ประการ หรือมีมากที่สุด ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ เช่น คอดอก เห็บเสี้ยน เท้าหน่อ ขี้ขาว หวัด จะเป็นไก่ชนะได้รับรางวัล